จนมาวันนี้...ผมถือฤกษ์ดีในวันครู กลับมารับรู้ความเป็นไปของบ้านเมืองอีกครั้ง เพราะจะว่าไปแล้ว ที่ผ่านๆมา ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นก็เปรียบเสมือนครู ที่สอนให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเหมือนกัน
และด้วยความที่วันนี้เป็นวันครู จึงมีข่าวเกี่ยวกับครูถูกนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นกิจกรรมสดุดีบูชาครูที่หน่วยงานต่างๆจัดขึ้น
และภาพข่าวที่น่าชื่นชม น่าภาคภูมิใจแทนคุณครูทุกท่านในวันนี้ข่าวหนึ่งก็คือ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานในพิธีงานวันครู ครั้งที่ 56 พ.ศ.2555 ณ หอประชุมคุรุสภา โดยเธอได้นำครูกล่าวถวายสัตย์ “ครูดีตามรอย...พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน” จากนั้นจึงได้คารวะและมอบของที่ระลึกแก่ครูอาวุโสที่เป็นครูของเธอ ก่อนที่มอบรางวัลให้กับครูและผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
จากนั้นนายกฯหญิงปู ได้กล่าวปราศรัยถึงบทบาทวิชาชีพครู ตอนหนึ่งเธอบอกว่า อาชีพครูเป็นอาชีพที่ต้องมีความตั้งใจ อดทนที่จะเลี้ยงดูลูกศิษย์ให้เติบโตเป็นบุคลากรที่ดี มีความสามารถ เป็นประโยชน์ต่อสังคม ยิ่งมีคนเหล่านี้มากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งทำให้ประเทศชาติเจริญยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งครูเป็นคนที่มีความสำคัญและสมควรได้รับการยกย่อง ดังนั้นครูจึงเป็นบุคคลที่มีบทบาทและความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงไปสู่โอกาสที่ดีกว่า และเตรียมความพร้อมให้กับเด็กและเยาวชนในสังคม
เธอเน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับครู การศึกษา และเยาวชนควบคู่กัน นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับสวัสดิการของครู เพราะวันนี้น่าตกใจว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่มีหนี้สินมากที่สุด
ผมอยากขอกด Like ให้เธอสักร้อย Like ก็ตรงนี้แหล่ะครับ....
คนที่เป็นครู หรืออยู่ในแวดวงที่ใกล้ชิดกับอาชีพครูก็คงจะรับรู้ถึงปัญหาข้อนี้ดีนะครับ จริงอยู่ว่า ข้าราชการไทยเกือบทุกแขนงต่างก็มีปัญหาเรื่องหนี้สินกันทั้งนั้น แต่อาชีพครูตั้งแต่ยุคสมัยไหนมาแล้วจะแบกภาระหนี้สินชนิดที่ว่าไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว จะด้วยเหตุที่มีช่องทางกู้ในวงเงินสูงเพราะเครดิตดีหรือเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ หากแต่ผลสุดท้ายอาชีพครูก็กลายเป็นเรือจ้างที่ไม่ได้มีแค่ฝีพายกับไม้พายคอยรับส่งผู้โดยสารเท่านั้น หากแต่ใต้ท้องเรือยังบรรทุกหนี้สินไว้เต็มเพียบ
ยิ่งในปัจจุบันนี้ ค่าครองชีพที่เพิ่มสุงขึ้น ผนวกกับปัญหาหลายๆอย่างประเดประดังเข้ามา ล่าสุดก็ปัญหาภัยธรรมชาติคือมหาอุทกภัยปีที่ผ่านมานี่แหล่ะครับ ที่โดนพิษน้องน้ำเล่นงานกันทั่วหน้า ก็เป็นมรสุมอีกลูกหนึ่งที่ทำให้ภาระหนี้สินของครูเพิ่มขึ้น
ผมไม่ได้นั่งเทียนคิดวิเคราะห์ด้วยสมองอันน้อยนิดของตัวเองนะครับ แต่อ้างอิงจากข้อมูลของสวนดุสิตโพล ซึ่งจัดทำดัชนีครูไทย เพื่อวัดระดับความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่ออาชีพครู ที่เพิ่งทำกันสดๆร้อนนี่แหล่ะครับ โดยสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทุกสาขาอาชีพจำนวน 8194 ในตัวชี้วัด 30 ประเด็น
ผลการสำรวจ ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นต่อครูมากขึ้นกว่าๆปีในเรื่องเกี่ยวกับการวางตัว เช่น การแต่งกายเหมาะสมกับวิชาชีพ อุดมการณ์ จิตสำนึก ความรักในอาชีพครู ทันสมัย ทันเหตุการณ์
แต่ที่น่าสลดหดหู่ก็คือ คนไทยเชื่อมั่นในตัวครูน้อยลง ในเรื่องเกี่ยวกับการใช้จ่าย การไม่เป็นหนี้สิน การประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่เอาเปรียบ ความมีน้ำใจต่อผู้อื่น ก็คือคนไทยกลุ่มตัวอย่างเค้ามองว่าคุณลักษณะเหล่านี้ของครูลดน้อยลงไป
แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นการกล่าวโทษหรือบั่นทอนกำลังใจผู้เป็นครูนะครับ ทางโพลเค้าชี้ให้เห็นว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมาเป็นสาเหตุ ทำให้ครูต้องเป็นหนี้สินเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเงินมาซ่อมแซมบ้านและดูแลครอบครัว จึงเสนอแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลนี้ไปประกอบการพิจารณาเพื่อช่วยเหลือครูต่อไป
และจะด้วยข้อมูลจากโพลดังกล่าวเป็นปัจจัยหนึ่งหรือไม่ก็ตาม แต่เรื่องดีๆที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันก็คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีแผนยกระดับวิชาชีพครู โดยหน่วยงานหลักคือคุรุสภา ซึ่งมีแผนผลักดันการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ โดยใช้ 6 ยุทธศาสตร์ ยุทธศสาตร์แรกคือการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งนั้นก็คงมีเป้าหมายหลักที่วิชาชีพครูอย่างไม่ต้องสงสัย และการส่งเสริมและพัฒนาที่ว่านี้ก็ครอบคลุมทุกๆด้าน รวมถึงด้านสวัสดิการของวิชาชีพด้วย
(ขอบคุณภาพจาก ภาพยนต์เรื่อง ครูบ้านนอกบ้านหนองฮีใหญ่)
"ครู"สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้สังคมมาเหลือคณานับแล้ว การหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ครูในเรื่องเหล่านั้นคงไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดมากอะไรใช่มั้ยครับ....
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น