คำทักทาย

ขอบคุณที่แวะมาเติมเต็มสิ่งดีๆให้กันและกันครับ ^_^

4 มกราคม 2555

ความนัยที่แฝงในจดหมายลูกโซ่ และเหตุผลที่ทำตามทั้งที่ไม่เคยเชื่อ.....


 



         เมื่อตอนเย็น ผมได้รับ sms จากอดีตคนคุ้นเคยกัน

         เห็นแค่ประโยคแรก ไม่ต้องอ่านให้จบข้อความ ก็รู้ได้ทันทีมันเป็นลักษณะของจดหมายลูกโซ่ ที่ให้ส่งข้อความต่อๆกันไป ซึ่งปัจจุบันจดหมายลูกโซ่นี้ก็ได้พัฒนารูปแบบการส่งตามเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์หรืออินเตอร์เนต ที่หลายคนก็คงเคยเห็นและเคยประสบกับตัวเองมาบ้าง

     โดยส่วนตัวของผมเองเคยได้รับจดหมายลูกโซ่แบบนี้อยู่หลายครั้งเหมือนกัน  ส่วนใหญ่ก็จะเป็นทางข้อความ sms ที่ส่งมาจากคนรู้จักกันแบบนี้นี่แหล่ะครับ แต่ทุกครั้งผมก็ไม่ค่อยใส่ใจอะไร  อยากส่งมาก็รับไว้ บางคราวรำคาญก็ลบทิ้ง ไม่ได้คิดจะส่งต่อเพื่อให้ได้รับโชคดีอะไรอย่างที่บอกมาในข้อความพวกนั้น

    แต่สำหรับครั้งนี้ เมื่อผมอ่านข้อความทั้งหมดอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วนำมาพิจารณาประกอบกับเหตุผลบางอย่าง ทำให้ผมกลับตัดสินใจส่งต่อข้อความนี้ไปให้เพื่อนๆและคนรู้จักกันตามจำนวนที่บอกไว้ในข้อความดังกล่าว

     ไม่ใช่ว่าเกิดเปลี่ยนทัศนคติมาเชื่อถือเรื่องพวกนี้ขึ้นมาหรอกนะครับ  แต่ผมมีเหตุผลในการเลือกที่จะทำตามจดหมายลูกโซ่ฉบับนี้....

     ก่อนอื่นเลยผมขอให้คุณลองอ่านเนื้อหาทั้งหมดของข้อความที่ส่งมาดูก่อนนะครับ


    "ส่งต่อนะ

     ปีนี้เดือนมกราคมเป็นเดือนพิเศษ

     เพราะมี 5 จันทร์ 5 อังคาร 5 อาทิตย์ 5 วันพระ

     จะเกิดขึ้นทุก 823 ปี

     ซึ่งถูกเรียกว่าถุงเงินตามความเชื่อ

    ถ้าส่งข้อความนี้ให้คนดีๆๆ 8 คน

    จะทำให้โชคดี รับแต่เงินๆๆ โชคดี"


    อ่านแล้วหลายคนคงยิ้ม เพราะมันก็คือจดหมายลูกโซ่ขนานแท้ดีๆนี่เอง แล้วทำไมมันถึงชักจูงให้ผมยอมทำตามได้ทั้งที่ไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้


    เหตุผลแรกเลยครับ  ผมเห็นว่า การส่งต่อข้อความนี้ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไร เนื้อหาข้อความไม่ได้มีอะไรเป็นพิษเป็นภัยต่อผู้ได้รับหรือได้อ่าน  คนอ่านสามารถใช้วิจารญาณของตนเองต่อข้อความที่ได้รับได้ เหมือนที่ผมนั่งพิจารณามันอยู่เมื่อตอนเย็น อยากรู้ว่าข้อความจริงเท็จอย่างไรก็ไปเปิดปฏิทินตรวจสอบดูได้(แต่ผมเองก็ไม่ได้ยอมเสียเวลาเพื่อการนี้หรอกนะครับ)   และผู้ที่ผมส่งข้อความนี้ต่อไปให้ก็คงไม่ได้ถือเป็นการรบกวนอะไร เพราะแต่ละคนก็เป็นเพื่อนๆที่รู้จักกันทั้งนั้น และผมก็ไม่ได้ส่งข้อความลักษณะนี้ไปให้อยู่ทุกวี่วันเมื่อไหร่ บางคนอาจจะงงมากกว่าด้วยซ้ำว่าไอ้หมอนี่มันยังมีชีวิตอยู่อีกหรือไง เพราะเงียบหายไม่ค่อยได้ติดต่อกันมาตั้งนานแล้วก็มี

    เหตุผลต่อมา  ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญเลยอยากให้คุณลองย้อนไปอ่านข้อความบรรทัดรองสุดท้าย ที่ว่า "...ถ้าส่งข้อความนี้ให้คนดีๆๆ 8 คน..."(ต้นฉบับที่ส่งมาเค้าใช้ไม้ยมก 2 อันแบบนี้เลยนะครับไม่ใช่ผมพิมพ์เพลินเอง) 

    การที่ข้อความระบุเจาะจงว่าต้องส่งให้คนดีๆๆ ถ้าคนที่ได้รับข้อความจะฉุกคิดสักนิด ก็จะรู้สึกได้ว่า คนที่ส่งข้อความมาให้เขาพิจารณาแล้วว่า คุณคือ "คนดีๆๆ" ที่เขาเลือกที่จะส่งข้อความลูกโซ่นี้มาให้ จะด้วยความเชื่อว่า มันจะทำให้เขาโชคดีได้จริงๆ หรือด้วยเหตุผลไหนก็แล้วแต่ แต่ที่แน่ๆ คุณภูมิใจได้เลยว่า คุณคือ คนดีในสายตาของเขา(ผู้ส่ง)แล้วหล่ะ

   ผมเองก็ยอมรับว่าเผลอยิ้มออกมาได้เลยนะเมื่อฉุกคิดได้อย่างนั้นภายหลังอ่านข้อความที่ส่งมา  แม้ว่ามันอาจจะเป็นการคิดเข้าข้างตัวเองก็เถอะ  แต่การที่มีสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกว่า คุณคือคนดีในสายตาคนอื่น และยิ่งไปกว่านั้นคือคนๆนั้นเป็น(หรือเคยเป็น)คนสำคัญของคุณ  มันก็คงจะก่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีได้ไม่น้อยเลยใช่มั้ยครับ

    สรุปแล้วก็คือ การที่ผมส่งต่อข้อความจดหมายลูกโซ่ฉบับนี้ ไม่ได้เกิดจากความเชื่อ แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ  ส่วนคนที่รับเขา(หรือเธอ)จะทำอย่างไรกับมันต่อไปนั้น ก็คงขึ้นอยู่กับเหตุผลและความรู้สึกของแต่ละคนแล้วหล่ะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น