คำทักทาย

ขอบคุณที่แวะมาเติมเต็มสิ่งดีๆให้กันและกันครับ ^_^

29 กรกฎาคม 2554

เรื่องเศร้า...(หลัง)เข้าพรรษา

ผมอัพเดทบล็อก Anti-blanklife นี้ครั้งล่าสุดตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษา แล้วที่หายไปไม่ใช่ว่าหลบไปจำศีลเข้าพรรษาที่ไหนหรอกครับ แต่หลังจากเข้าพรรษาปีนี้ มีเรื่องราวบางอย่างเกิดขึ้น ทำให้การเขียนบล็อกนี้ของผมหยุดชะงักไป

คุณผู้อ่านที่มาอ่านบทความนี้ในเวลาที่ไม่ห่างจากช่วงเวลาที่ผมเขียนเท่าไหร่ ก็คงจะยังพอนึกออกว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ที่ีเป็นข่าวเศร้าสลดใจของคนไทยและเป็นเรื่องเศร้า(หลัง)เข้าพรรษาปีนี้บ้าง

แต่สำหรับผู้ที่เพิ่งมาเจอบทความนี้ภายหลัง เมื่อเวลาผ่านไปนานแล้ว อาจจะลืมเลือนไปบ้าง ผมก็ขอบันทึกทบทวนเรื่องราวโดยคร่าวๆไว้ละกันครับ

เข้าพรรษาปี 2554 ตรงกับวันเสาร์ที่ 16 กรฎาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่คนไทยได้รับทราบข่าวอุบัติเหตุทางอากาศที่เกิดขึ้นกับอากาศยานของกองทัพบก คือ เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ ฮ.ท.1หรือ ฮิวอี้ ซึ่งปฏิบัติภารกิจลำเลียงเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปราบปรามผู้บุกรุกอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

โดย ฮ.ลำดังกล่าวได้เผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายระหว่างปฏิบัติภารกิจ จนเกิดอุบัติเหตุตกกลางป่าแก่งกระจาน (รายละเอียดของเหตุการณ์ผมขออนุญาตไม่ลงไว้ที่นี้นะครับ เพราะเคยเขียนไว้ในบล็อกที่เป็นนักข่าวอาสาแล้ว และเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เป็นข่าวใหญ่ที่มีข้อมูลปรากฎอยู่ตามแหล่งต่างๆที่หาได้ไม่ยากอยู่แล้ว )

ภายหลังจากอุบัติเหตุดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นหน่วยทหาร เจ้าหน้าที่อุทยาน และฝ่ายอื่นๆก็ได้ร่วมกันเข้าไปค้นหาและเก็บกู้ซากอากาศยานและศพของทหารที่ไปกับเครื่อง ซึ่งเสียชีวิตทั้งหมด  5 นาย

แต่แล้วอีกสามวันต่อมา คือ วันที่ 19 กรกฎาคม ก็เกิดเหตุโศกนาฏกรรมซ้ำสอง เมื่อเฮลิคอปเตอร์แบบ "แบล็กฮอว์ค"ของกองทัพบกซึ่งบินเข้าไปค้นหาและเก็บกู้ซาก ฮ.ลำแรก เกิดอุบัติเหตุตกซ้ำเป็นลำที่สอง


ครั้งนี้มีผู้โดยสารไปกับเครื่องมากกว่าลำแรกที่ตก คือ มีทหารไป 8 นาย หนึ่งในนั้น คือ พลตรีตะวัน เรืองศรี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ซึ่งร่วมเดินทางไปลำเลียงศพของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งแรกด้วย



นอกจากนี้ยังมีนักข่าวพลเรือน เป็นช่างภาพของ ททบ.5ที่ติดตามไปทำข่าวด้วย


โดยอุบัติเหตุครั้งที่สองในช่วงแรกนั้นยังไม่ทราบชะตากรรมของผู้โดยสารทั้งหมด ด้วยสภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการค้นหาและตรวจสอบ  แต่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็เร่งระดมช่วยกันอย่างเต็มที่ แม้ว่าภารกิจจะเพิ่มขึ้นเป็นสองงานหลัก คือ ค้นหาซากแบล็กฮอว์คและผู้โดยสาร แล้วยังต้องลำเลียงศพผู้เสียชีวิตจากฮิวอี้ตกในครั้งแรกออกมาด้วย

ปฏิบัติการค้นหาแบล็กฮอว์คดำเนินมาได้สามวัน จนกระทั่งวันที่ 22 กรกฎาคม แม่ทัพภาคที่หนึ่ง ซึ่งกำกับดูแลภารกิจได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า พบซาก ฮ.แบล็กฮอว์คซึ่งตกในเขตพม่าแล้ว และเรื่องที่น่าเศร้าก็คือ ผู้โดยสารทั้งเก้าท่านเสียชีวิตทั้งหมด....



เป็นข่าวที่สะเทือนใจคนไทยครั้งที่สองในรอบสัปดาห์...

ถัดจากวันนั้นมาอีกเพียงสองวัน คนไทยก็ต้องช็อคกันไปตามๆกันอีกครั้ง เมื่อเฮลิคอปเตอร์แบบ เบลล์212 ของกองทัพบกซึ่งอยู่ในระหว่างลำเลียงศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆได้ร่วงลงสังเวยเจ้าป่าเจ้าเขาแห่งเพชรบุรีเป็นลำที่สาม  คราวนี่ยังนับว่าโชคดีที่มีช่างเครื่องที่โดยสารไปด้วยรอดชีวิตมาหนึ่งนาย แต่ก็ต้องสูญเสียนักบินและช่างเครื่องไปอีกสามนาย

รวมแล้วในช่วงเวลาเก้าวัน...กองทัพบกสูญเสียเฮลิคอปเตอร์ไปถึงสามลำ แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับชีวิตที่ดับสิ้นไปกับเหตุการณ์สามครั้งนี้ถึง 17 ชีวิต!!!!

เป็นความสูญเสีย...โศกเศร้า...จนดูเหมือนว่า เข้าพรรษาปีนี้ช่างเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายกว่าทุกปี

ผมเองเป็นกำลังพลคนหนึ่งในหน่วยงานการบินกองทัพบก...ก็เป็นความจำเป็นอยู่เองที่ต้องติดตามสถานการณ์และเรื่องราวเหล่านั้นมาตั้งแต่ต้น....และก็ไม่อาจห้ามหรือหลีกเลี่ยงความรู้สึกเศร้าสลดจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น แม้อาจจะไม่เทียบเท่าความรู้สึกของญาติพี่น้อง ครอบครัวผู้ประสบเหตุได้ แต่มันก็ทำให้กำลังใจในการทำงานถดถอยไปมาก

ยอมรับเลยว่าตั้งแต่เกิดเหตุ ผมค่อนข้างหมกมุ่นกับการติดตาม รวบรวมข้อมูลอุบัติเหตุทั้งสามกรณี ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเกี่ยวข้องกับการงานที่ทำเท่านั้น แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ความรู้สึกก็คงไม่ต่างจากสมาชิกส่วนใหญ่ในสังคมที่สะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และความรู้สึกนั้นก็คงไม่จางหายไปง่ายๆ

ภายหลังเกิดเหตุการณ์ ก็มีทั้งเสียงไว้อาลัย และสดุดีวีรกรรมของผู้เสียสละชีวิต เพื่อภารกิจส่วนรวมเหล่านั้นมากมาย ผมเองก็ใช้เวลาส่วนหนึ่งระหว่างติดตามและรวบรวมข้อมูลข่าวสาร ทำคลิปวิดีโอไว้อาลัยทั้งสามเหตุการณ์ ก็ขอนำมาลงไว้ตรงนี่เพื่อไว้อาลัยพวกเขาอีกครั้งหนึ่งครับ

1.ไว้อาลัยห้าชีวิตจากฮิวอี้ตก



2.ไว้อาลัยเก้าชีวิตจากแบล็กฮอว์คตก



3.ไว้อาลัยสามชีวิตจากเบลล์212ตก




ขอให้ดวงวิญาณท่านเหล่านั้นจงไปสู่สุคติเถิดครับ

ส่วนพวกเราที่ยังอยู่ข้างหลัง แม้จะเศร้าสลดหดหู่เพียงใด ก็อย่าลืมว่า ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป เร่งดึงชีวิตกลับเข้าที่โดยไว และก้าวต่อไปให้มั่นคงนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น