คำทักทาย

ขอบคุณที่แวะมาเติมเต็มสิ่งดีๆให้กันและกันครับ ^_^

12 กรกฎาคม 2554

เอาใจช่วย(พระ)จ่าจิบกันด้วยนะ....

จ่าจิบเป็นเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของผม อายุแกก็ผ่านหลักสี่จะเข้าหลักห้าอยู่แล้ว แต่ปีนี้แกขอบวช...บวชเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา


จะว่าไปแล้วก็ไม่มีใครคิดหรอกว่าแกจะบวชได้...เพราะแกเป็นคนติดเหล้าอยู่ในเกณฑ์น่าเป็นห่วง ไอ้ชื่อที่เรียกกันว่า "จ่าจิบ"เนี่ย ไม่ใช่ชื่อจริงๆของแกหรอก แต่มาจากพฤติกรรมชอบ "จิบ" ของแกตะหาก แกจิบทีละไม่มาก ครั้งละประมาณหนึ่งขวดเครื่องดื่มชูกำลัง แต่สามารถออกอาการเปลี่ยนแปลงไปได้ราวกับซดมาซักกลมใหญ่ๆ


ผมเองก็ยอมรับว่าเคยเอือมระอากับพฤติกรรมของแกมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่อยากจะว่าอะไร เพราะอายุอานามแกก็คราวพ่อผมได้แล้ว และปกติเวลาแกไม่เมา แกก็เป็นคนเงียบๆสงบเสงี่ยมเสียด้วยซ้ำไป จะออกลายก็อีตอน "จิบ"เข้าไปได้ที่แล้วน่ะแหล่ะ


และผมก็ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่พอรู้ว่าแกขอบวชเฉลิมพระเกียรติฯ ก็ออกจะไม่อยากเชื่อสักเท่าไหร่


จนกระทั่งถึงวันนี้...วันอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ 84 รูป ณ วัดเบญจมบพิตร ซึ่งจัดโดย กองทัพบก ร่วมกับกองทัพภาคที่ 1 และ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์




ผมตั้งใจมาร่วมงานอุปสมบทครั้งนี้ มิใช่เพราะอยากจะพิสูจน์ข้อคลางแคลงใจ แต่เป็นงานบุญครั้งใหญ่ที่ไม่ได้มีขึ้นบ่อยนัก เรื่องอะไรผมจะพลาด


จ่าอนันต์ รุ่นพี่ที่ทำงานอีกคนหนึ่งโทรบอกผมตั้งแต่เมื่อคืนว่า ให้ไปถึงวัดแต่เช้าๆหน่อย เพราะกำหนดการจะเริ่มพิธีการตั้งแต่เจ็ดโมงเศษๆ จ่าอนันต์แกเลยอยากให้ผมไปช่วยงานนี้ เหมือนที่เคยไปช่วยตอนแกบวชเฉลิมพระเกียรติเมื่อปีที่แล้ว


ผมก็ไม่ขัดข้อง อุตส่าห์บิดมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านที่คลองสอง ธัญญบุรีตั้งแต่หกโมงเศษ กะว่าใช้เส้นทางเลียบทางรถไฟ(โลคอลโรด)เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดบนถนนสายหลัก แต่ดันไปเจอน้ำท่วมที่ดอนเมือง ช่วงคลังน้ำมัน ปตท. ต้องลุยน้ำเกือบครึ่งล้อระยะทางหลายร้อยเมตร เสียเวลาไปพอสมควร แต่พอพ้นแล้วก็รีบบึ่งต่อ


ไปถึงวัดเบญจมบพิตรประมาณเจ็ดโมงครึ่ง เค้าพานาคทั้งหมดเวียนรอบโบสถ์ไปแล้ว ลำดับพิธีต่อไปคือ ให้นาคทั้งหมดเข้าไปพร้อมกันที่ในศาลาร้อยปี เพื่อรอกระทำพิธีขอขมาผู้บังคับบัญชา และรับพระราชทานผ้าไตรหลวง โดยมีท่านผู้บัญชาการทหารบกมาเป็นประธาน




เสร็จพิธีการขอขมาและรับพระราชทานผ้าไตรหลวงแล้ว ก็กลับมายังพระอุโบสถ เพื่อกระทำพิธีบรรพชาเป็นสามเณรก่อนในช่วงเช้า ส่วนการอุปสมบทเป็นพระภิกษุจะกระทำในเวลาบ่ายโมง วันนี้จะบวชแค่ 36 รูปแรกก่อน ส่วนที่เหลือจะบวชเป็นกลุ่มถัดไปในวันพรุ่งนี้ ตามกำหนดการที่จัดงานสองวัน





พ่อนาคจ่าจิบของเราอยู่ลำดับต้นๆของกลุ่มผู้อุปสมบทหมู่ทั้งหมด เลยได้บวชในวันนี้ ซึ่งที่จริงมีเพื่อนร่วมงานจำนวนไม่น้อยที่แจ้งความจำนงว่าจะมาร่วมอนุโมทนา แต่เอาเข้าจริงๆวันนี้มีแค่ผม จ่าอนันต์ และจ่าพีรพลที่ขับรถพาเจ้านายมาเท่านั้น พูดแล้วละอายใจแทนอื่นๆนับสิบคนนั้นเหมือนกันเหมือนกัน แต่ก็พยายามมองในแง่บวกว่า เค้าอาจจะมีความจะเป็นเร่งด่วนที่ไม่สามารถมาได้


แต่ในความเป็นจริงอย่างหนึ่งก็คือ ต้องเข้าใจและยอมรับว่าตัวนาคจิบเองก็ทำเรื่องไว้พอสมควร จึงไม่น่าแปลกเท่าไหร่ที่ไม่ค่อยมีใครอยากจะมาร่วมบวชแก แม้แต่คนในครอบครัวของแกเอง ก็มีเพียงญาติ 2-3 คนเท่านั้นที่มา


ลูกสาวคนเดียวของนาคจิบ เดินทางมาจากต่างจังหวัด กว่าจะมาถึงวัดก็หลังจากที่นาคจิบบรรพชาเป็นสามเณรไปแล้ว แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่ยังทันได้ร่วมอุปสมบทพ่อ




ผมก็เพิ่งได้เจอและรู้จักเธอในวันนี้แหล่ะ ก่อนหน้านี้ได้ยินแต่คำบอกเล่าว่า เธอกำลังเรียนพยาบาล และดูท่าว่าอนาคตน่าจะเป็นที่พึ่งของพ่อได้ดีกว่าบรรดาพี่น้องที่เป็นผู้ชายทั้งหมด ดูเหมือนเธอจะเด็กกว่าผมไม่กี่ปี ผมก็ได้แต่แอบเอาใจช่วยให้เธอเรียนจบและทำงานไวๆ จะได้ช่วยดูแลพ่อเธอที่ดูแล้วยังไม่พ้นเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง


เช่นเดียวกัน...ผมก็แอบลุ้นเอาใจช่วยจ่าจิบ ซึ่งตอนนี้เป็นพระไปเรียบร้อยแล้วว่า ขอให้ท่านเริ่มต้นชีวิตใหม่จากการได้ห่มผ้าเหลือง เข้าอาศัยร่มเงาพระพุทธศาสนา อย่างน้อยช่วงเวลาหนึ่งพรรษาสามเดือนนี้ ถ้าท่านสามารถประพฤติตนอยู่ในสมณเพศได้โดยศีลไม่ด่างพร้อย อานิสงส์ก็คงจะช่วยให้ท่านห่างไกลจากสิ่งที่เคยดึงชีวิตท่านให้ตกต่ำเมื่อครั้งยังเป็นฆราวาส 




และเมื่อท่านลาสิกขาบทออกมา...ท่านก็คงจะเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง

ผมหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับ...หลวงพี่

ปล.ผมเรียก"หลวงพี่"ตามที่เคยเรียกแกว่า "พี่"ในสังคมที่ทำงาน แต่ผู้อ่านรุ่นเดียวกับผมอย่ามาเรียกตามผมนะครับ อิอิ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น