แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้างเหมือนกัน เป็นต้นว่า มีสาวๆมาชวน บอกว่าเรื่องนั้นสนุก เรื่องนี้น่าดู อะไรทำนองนี้ ผมก็เป็นคนใจกว้าง(หรือใจอ่อน?)พอที่จะเชื่อเธอ และยอมซื้อตั๋วเขาไปดู แม้ว่าบางเรื่องดูเผินๆแล้วก็ยากจะเชื่อว่ามันน่าดูอย่างที่สาวเจ้าว่าก็เหอะ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนั้นแหละ เพื่อนสาวคนสนิทของผมชวนไปดู "สมอลล์รู กูแนว"ของ Think box (มันคงเป็นชื่อค่ายย่อยๆที่สังกัดอยู่กับพระนครฟิมล์มั้ง-ไม่แน่ใจนะ) ผมเคยดูไตเติ้ลและผ่านหูผ่านตาทางข่าวบันเทิงมาบ้าง ทราบว่าเป็นหนังไทยแนวฮาๆเบาสมอง แต่ก็ไม่ได้สนใจและไม่คิดว่าจะไปดูให้เปลืองตังค์ด้วย
แต่ก็อย่างที่บอกแหล่ะ สาวเจ้าชวนแล้วก็ไม่อยากปฏิเสธ และอีกอย่างก็คิดว่าคงไม่น่าเบื่อเกินไป อย่างน้อยความสวย น่ารัก เซ็กซี่ของกิ๊บซี่ เกิร์ลลิเบอร์รี่ ที่เป็นนางเอกก็คงพอที่จะดึงดูดความสนใจได้ ส่วนสตาร์บัคที่เรื่องนี้ขึ้นแท่นพระเอก(ได้งัยวะ?)ก็คงจะหาเรื่องฮาๆได้ไม่แพ้หาเรื่องแกล้งดาราในรายการสาระแน
และหลังจากที่ออกมาจากโรงหนัง ผมก็บอกตัวเองว่า ไม่เสียดายเวลาและเงินค่าตั๋วเลย เพราะในความฮาและความแนวของหนังที่ดูเหมือนจะหาสาระอะไรไม่ค่อยได้นั้น กลับมีแนวคิดบางอย่างแฝงอยู่ ทำให้คนดูแม้จะไม่ใช่คนช่างคิดอย่างผมก็ยังต้องหวนคิดตามไปด้วย
เนื้อหาของหนังเป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่มีความใฝ่ฝันจะเป็นนักดนตรี แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเปิดกิจการร้านเบเกอร์รี่ไปด้วย เพื่อสืบทอดกิจการครอบครัวของ"ซื่อสัตย์"(สตาร์บัค)ซึ่งเป็นมือกีต้าร์และหัวหน้าวง โดยมี"เปียกปูน"(กิ๊บซี่) มาเป็นครูสอนทำเค้ก และสอนปรับปรุงร้าน รวมถึงพัฒนาฝีมือด้านดนตรีของวงนี้ด้วย
การทำกิจการร้านเค้กและซ้อมดนตรีดำเนินควบคู่กันมา จนกระทั่งถึงวันที่พวกเขาต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง เพราะวันที่ต้องเข้าแข่งขันทำขนมเค้กชิงแชมป์ กับวันที่ค่ายเพลงนัดออดิชั่นอีกครั้งดันเป็นวันเดียวกัน แต่แล้วด้วยความมั่นใจในความ"แนว"ของพวกตน "ซื่อสัตย์"จึงตัดสินใจทำทั้งสองอย่าง แม้ว่าต้องแลกมาด้วยเรื่องวุ่นๆก็ตาม
นอกจากความฮาจากความแนวของบรรดาสมาชิกวง"สมอลล์รู กูแนว"(ชื่อวงซึ่งแต่เดิมชื่อ "บอดี้สเปิร์ม")ในเรื่อง โดยเฉพาะสตาร์บัคซึ่งใช้หน้าตากวนๆจี้ต่อมฮาได้เป็นอย่างดีแล้ว ผมยังชอบคำพูดหลายๆประโยคของตัวละครในเรื่อง
"...คนที่ใช่มันอาจจะไม่โดน แต่คนที่โดนอาจจะไม่ใช่...."
"...ขนมเค้ก ดนตรี ความรัก มันก็เรื่องเดียวกันแหล่ะ..."
"...ทุกคนก็มีความฝัน ทำไมเราไม่เอาความฝันของทุกคนมารวมกันละวะ..."
และที่โดนใจที่สุดก็คือประโยคสุดท้ายตอนจบ ที่บอกว่า ถ้าคนเราคิดจะทำอะไรซักอย่างก็ต้องลงมือทำเลย แม้จะเป็นการจับปลาสองมือ แต่ถ้าจับอย่างมั่นใจ ยังไงมันก็ต้องจับได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น