ข่าวการเสียชีวิตของนายหวังดี นิมา หรือ "หวังเต๊ะ" เมื่อ 03.00 ของวันนี้ แม้จะไม่ใช่ข่าวใหญ่ครึกโครม แต่ก็ได้รับความสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะกับคนรุ่นคุณลุงคุณป้าที่คงร้จักคุ้นคยกับศิลปินแห่งชาติท่านนี้ดี
ผมเองก็ทันได้เคยสัมผัสกับฝีมือการร้องเล่นลำตัดของ "หวังเต๊ะ" อยู่ในตอนเด็ก พ่อผมแกมีเทปคลาสเซทบันทึกการแสดงลำตัดอยู่หลายม้วน และแกก็ชอบเปิดฟังในยามว่าง ซึ่งก็แน่นอนว่า ผมได้มีโอกาสซึมซับมนต์เสน่ห์เฉพาะตัวของเพลงพื้นบ้านเหล่านั้นจากเทปคลาสเซทเหล่านั้นเอง
จำได้ว่า ถ้าเป็นลำตัดชื่อดังในตอนนั้น ฝ่ายชายก็หนีไม่พ้น "หวังเต๊ะ" และก็มีฝ่ายหญิงคือ แม่ประยูร ถ้าสองท่านนี้มาประชันกันเวทีไหนละก็สนุกอย่าบอกใครทีเดียว ทุกวันนี้หากใครมีโอกาสลองหาชมดู จะพบว่าการแสดงของศิลปินเหล่านั้นยังคงเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้อยู่เสมอ
สิ่งหนึ่งที่ผมทึ่งคือ ตอนแรกผมเข้าใจว่า ศิลปินที่มีความสามารถด้านเพลงพื้นบ้านลักษณะนี้ ส่วนใหญ่จะมีกำเนิดเป็นในเมืองที่เรียกว่า ถิ่นกำเนิดศิลปินลูกทุ่ง เช่น สุพรรณบุรี อยุธยา อ่างทอง เป็นต้น แต่ "หวังเต๊ะ" มีถิ่นกำเนิดที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นปริมณฑลชานกรุงนี่เอง
และที่พิศวงมากไปกว่านั้น คือ "หวังเต๊ะ" เป็นมุสลิม ซึ่งปกติผมเคยเห็นศิลปินชาวมุสลิมโดดเด่นในการขับร้องเพลงแนวที่เน้นลูกคอลูกเอื้อน ( ซึ่งเข้าใจว่า มีพื้นฐานมาจากบทสวดในศาสนา) เช่น เพลงลูกท่ง เพื่อชีวิต แต่ "หวังเต๊ะ" กลับเป็นศิลปินที่โดดเด่นในการแสดงเพลงพื้นพื้นบ้าน ซึ่งในสมัยก่อนก็ละเล่นกันตามงานบ้านงานวัด นับว่าเป็นประจักษ์พยานอย่างหนึ่งว่า ศิลปะการแสดงเป็นศาสตร์ที่หลอมรวมทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติศาสนาให้มาดื่มด่ำความบันเทิงร่วมกันได้
"หวังเต๊ะ"มุ่งมั่นสร้างความบันเทิง ดำรงความงดงามของศิลปะการแสดงเพลงพื้นบ้านมากว่า 40 ปี รางวัล "ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประเภทเพลงพื้นบ้าน" ที่ท่านได้รับใน พ.ศ.251 คงเป็นเครื่องยืนยันความสามารถและความรักในความเป็นไทยขอท่านได้ดี
น่าเสียดายนักที่สังขารของพ่อเพลงชื่อดังต้องถูกบั่นทอนด้วยโรคมะเร็งตับ ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2554 จนกระทั่งเสียชีวิตลงเมื่อเวลา 03.00 ที่ผ่านมา
นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2468 ที่โลกได้ต้อนรับทารกน้อยที่เกิดมาเพื่อจะเป็นศิลปินเอกด้านการแสดงเพลงพื้นบ้าน จนกระทั่งเวลาตีสามของวันที่ 26 มิถุนายน 2555 เป็นเวลา 84 ปี ที่หวังเต๊ะได้ดำรงชีวิตอยู่เพื่อสร้างความสุขให้คนไทย และคนทั้งโลก--หากพวกเขาสามารถเข้าใจภาษาเราได้ นับว่าหนึ่งชีวิตของท่านไม่ว่างเปล่า ความรัก ความผูกพันในสิ่งที่ท่านทำอยู่คือสิ่งที่เติมเต็มชีวิตของพ่อเพลงผู้นี้
บัดนี้ท่านจากไปแล้ว คงเหลือไว้เพียงความทรงจำ และผลงานเท่าที่คนรุ่นหลังพอจะรวบรวมได้ เพื่อจะอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าไว้เป็นมรดกแห่งความภาคภูมิใจต่อไป
ขอร่วมไว้อาลัยแด่ท่าน "หวังเต๊ะ"

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น