และเดือนกุมภาพันธ์นี้ก็จะมีดอกไม้สองชนิดที่เบ่งบานมากเป็นพิเศษ นั่นคือ ดอกป๊อบปี้และดอกกุหลาบ
ดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์แห่งวันวาเลนไทน์ ๑๔ กุมภาพันธ์ อย่างที่ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้ว
ส่วนดอกป๊อบปี้นั้น หลายคนก็พอจะทราบว่าเป็นสัญลักษณ์วันทหารผ่านศึก คือวันที่ 3 กุมภาพันธ์ แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า ดอกไม้ป่าสีแดงสดดอกนี้ มีความเป็นมาอย่างไรจึงได้มาเบ่งบานในต้นเดือนกุมภาพันธ์ได้
ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกับดอกไม้ชนิดนี้กันก่อน ดอกป๊อปปี้ เป็นพืชในวงศ์ Papaveraceae ที่ออกดอก มีลักษณะประกอบด้วย ๔-๖ ใบ มีสีสันแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพันธุ์ บางพันธุ์อาจมีลวดลายบนกลีบดอกได้
(ขอบคุณภาพจาก เว็บไซต์ บ้านมหาดอทคอม)
ดอกป๊อบปี้เป็นดอกไม้ป่า ครั้งหนึ่งในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๑ ซึ่งทหารไทยเข้าร่วมกับกองกำลังสัมพันธมิตรต่อสู้กับฝ่ายเยอรมัน โดยได้สู้รบกันในสมรภูมิที่โด่งดังจนกลายเป็นวีรกรรม คือ สมรภูมิฟลานเดอร์สและสมรภูมิเบลเยี่ยม ซึ่งทำให้ทหารบาดเจ้บล้มตายเป็นจำนวนมากที่สุด และในพื้นที่ที่เป็นสุสานฝังศพของทหารที่เสียชีวิตในสมรภูมินั้น ก็บังเกิดมีดอกป๊อบปี้ป่าผุดขึ้นเป็นเสมือนพรมสีแดงสดปกคลุมหลุมฝังศพ นับเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่ปรากฏแก่สายตาของคนที่นั่น รวมถึงจอมพลเอิร์ล ออฟ เฮก ผู้บัญชาการรบ ณ สมรภูมิดังกล่าวด้วย
จากปรากฏการณ์ธรรมชาติคราวนั้น จึงได้ถือกันว่า ดอกป๊อบปี้ เป็นสัญลักษณ์แทนความกล้าหาญของทหารที่ผ่านสมรภูมิรบ โดยสีแดงสดของมันจะช่วยเตือนใจให้ระลึกถึงเลือดทุกหยดที่พวกเขาเสียสละเพื่อพิทักษ์รักษาความสงบสุขของโลก
สำหรับในประเทศไทย ดอกป๊อบปี้ได้ผลิบานประกาศความสำคัญของการเป็นสัญลักษณ์แห่งทหารกล้าเป็นครั้งแรก เมื่อท่านผู้หญิง จงกล กิตติขจร ประธานสโมสรสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก หรือมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกในปัจจุบัน ที่ต้องการจะดำเนินการหาทุนมาช่วยเหลือทหาร และครอบครัวทหารผ่านศึก ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันประเทศ จึงได้มีดำริในการจัดทำดอกป๊อบปี้จำหน่ายในวันทหารผ่านศึก ตั้งแต่ปี ๒๕๑๑ เป็นต้นมา
ย้อนหลังไปก่อนที่ท่านผู้หญิงจงกลจะมีดำริในการจัดทำดอกป๊อบปี้จำหน่ายนั้น ในช่วงหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุด ทหารไทยที่เข้าร่วมสู้รบกลับมาถูกปลดปล่อยอย่างกระทันหัน ทำให้เกิดความเดือดร้อนในการครองชีพ โดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียชีวิตหรือทหารที่พิการทุพพลภาพ ดังนั้น เพื่อหาทางช่วยเหลือทหารผ่านศึกเหล่านี้ รัฐบาลไทยในสมัยนั้น ซึ่งมีพลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหมเป็นผู้พิจารณาดำเนินการช่วยเหลือ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการพิจารณาหาทางช่วยเหลือทหารกองหนุน" เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘ คณะกรรมการชุดนี้ได้ปฏิบัติงานโดยใช้สำนักงานและเจ้าหน้าที่ของกรมเสนาธิการทหาร (ปัจจุบันคือ กองบัญชาการทหารสูงสุด) และได้พิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนจากงบประมาณของกระทรวงกลาโหมจำนวนหนึ่ง เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการเหล่านั้น
แต่เนื่องจากปริมาณงานด้านการให้ความช่วยเหลือในการสงเคราะห์ทหารผ่านศึกนอกประจำการมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น การดำเนินงานโดยคณะกรรมการไม่รัดกุมและเหมาะสมกับเหตุการณ์ รัฐบาลจึงจัดตั้ง "องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก" ขึ้นเพื่อให้เป็นหน่วยงานถาวร ทำหน้าที่ให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึกและครอบครัวทหารผ่านศึกโดยตรง โดยได้มีการร่างพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๑ ซึ่งถือเป็นวันทหารผ่านศึกตลอดมา
จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๑๐ สภาทหารผ่านศึกสภากลาโหม และรัฐบาล ได้พิจารณาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติเสียใหม่เพื่อเป็นการขยายการสงเคราะห์ให้รวมไปถึง ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนและพลเรือน ซึ่งได้กระทำหน้าที่ป้องกันหรือปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคง หรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร ทั้งภายในและภายนอกประเทศตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด และรวมถึงทหารนอกประจำการที่มิได้ผ่านศึกด้วย กับทั้งยังได้รวมมูลนิธิช่วยทหารและครอบครัวทหาร ที่ไปช่วยสหประชาชาติทำการรบ ณ ประเทศเกาหลี ให้เข้ามารวมเป็นหน่วยเดียวกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เพื่อให้การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน พระราชบัญญัตินี้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ซึ่งเป็นฉบับที่ใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบัน
(ขอบคุณภาพจาก blogang.com)
และหลังจากพระราชบัญญัติฉบับปรับปรุงดังกล่าวประกาศใช้ได้ประมาณหนึ่งปี ในปีถัดมาคือ ปี ๒๕๑๑ ท่านผู้หญิง จงกล กิตติขจร ประธานสโมสรสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก หรือมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกในปัจจุบัน ก็ได้มีดำริในการทำดอกป๊อบปี้ออกจำหน่ายเพื่อหาทุนช่วยเหลือทหารผ่านศึกดังที่กล่าวตอนต้น
ดอกป๊อบปี้จึงบานในต้นเดือนกุมภาพันธ์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ปีนี้...ฤดูกาลเบ่งบานของดอกป๊อบปี้เวียนมาถึงอีกครั้ง จะเห็นได้ว่า ตามหน่วยงานราชการ ห้างสรรพสินค้า ย่านชุมชน จะมีการรณรงค์จำหน่ายดอกป๊อบปี้ เพื่อนำเงินที่ได้ไปสมทบทุนช่วยเหลือบรรดาทหารผ่านศึกและครอบครัวที่ยังคงมีอยู่เป้นจำนวนมาก
เพราะพวกเขาเหล่านั้น ในอดีตคือผู้กล้าที่เสียสละความสุขส่วนตัว ร่างกาย แม้กระทั่งชีวิต เพื่อพิทักษ์รักษาแผ่นดินไทยให้พวกเรามีแผ่นดินอยู่สุขสบายจนทุกวันนี้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น