คำทักทาย

ขอบคุณที่แวะมาเติมเต็มสิ่งดีๆให้กันและกันครับ ^_^

8 สิงหาคม 2554

รอคอยมาปีกว่า...9 สิงหานี้เจอกัน!!!(ที่สนามหลวง)

นับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ปีที่แล้ว ที่กรุงเทพมหานครส่งมอบพื้นที่ 74ไร่ 63 ตารางวาของสนามหลวงให้กองพลพัฒนา กองทัพภาคที่ 1 เข้ามาดำเนินการตามโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ สภาพแวดล้อม และแก้ไขปัญหาทางสังคมของสนามหลวง อันเป็นความร่วมมือระหว่าง กทม.และ กองทัพบก

ถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้ว พื้นที่ทั้ง 74 ไร่ 63 ตารางวาได้รับการบูรณาการ เสมือนศัลยกรรมแปลงโฉมใหม่ และพร้อมแล้วที่จะเผยความงามสู่สายตาโลกอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้!!!

 9 สิงหาคม 2554 กำหนดนัดหมายสำคัญของชาวกรุง ชาวไทย และชาวโลก ในงานเปิดใช้งานสนามหลวงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังจากปิดปรับปรุงมาเป็นปี และได้ทำความสะอาดครั้งใหญ่และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมไปเมื่อวันอาทิตย์(7 ส.ค.ที่ผ่านมา)

วันเปิดตัวสนามหลวงโฉมใหม่ จะเริ่มงานตั้งแต่หกโมงเช้า ด้วยการตักบาตรพระสงฆ์ 1,985 รูป ต่อจากนั้นมีพิธีพราหมณ์ บวงสรวงพระสยามเทวาธิราช และสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าในการเปิดใช้สนามหลวง

นอกจากนี้ในวันดังกล่าว ยังเป็นวันแรกของงานเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 79 พรรษา 12 ส.ค.2554 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 13 ส.ค.54 ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนิน และบริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม.อีกด้วย นับว่าเป็นงานใหญ่งานแรกที่จัดขึ้นที่สนามหลวงภายหลังการปรับปรุง (หลังจากที่เคยใช้จัดงานพระราชพิธีจรดพระนังคลแรกนาขวัญมาแล้วเมื่อเดือน พ.ค.)

 สำหรับสนามหลวงรูปโฉมใหม่นี้ หลายคนคงได้เคยไปยลโฉม และถ่ายรูปกันบ้างแล้ว รวมถึงภาพข่าวที่ได้นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ก็คงทำให้ทราบว่า สนามหลวงได้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นคุ้มกับเวลาที่ใช้ไปเลยทีเดียว

ไม่ว่าจะเป็นสนามหญ้าที่เขียวขจีเต็มพื้นที่ โดยเฉพาะฝั่งทางพระบรมมหาราชวัง ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมความงดงาม อลังการอวดสายตาชาวต่างชาติเป็นอย่างดี

 หรือจะเป็นรั้วแบบพับได้ ที่เป็นมาตรการหนึ่งในการรักษาความเรียบร้อย ด้วยการเปิดให้เข้ามาใช้พื้นที่ได้ในระยะเวลาที่กำหนด คือ ตีห้าถึงสี่ทุ่ม(05.00-22.00 น.)เท่านั้น และการใช้พื้นที่ก็ให้ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย เล่นว่าว เท่านั้น ส่วนกิจกรรมอื่นๆอันจะทำให้เกิดภาพที่ดูไม่ดี เช่น การเข้ามานอนค้างคืน การประกอบอาหาร การวางแผงลอยขายของ การชุมนุมทางการเมือง หรืออื่นๆทำนองนี้ ก็คงต้องขอความร่วมมือให้ไปใช้สถานที่อื่นเถอะครับ ที่นี่กำหนดเป็นข้อห้ามเลยนะจะบอกให้!!
แต่ถ้ายังมีคนดื้อ หรือคิดว่าจะมึนตาใส ละเมิดคำสั่งและข้อห้ามก็ระวังให้ดี เพราะจะมีโทษหนักถึงขั้นโดนจำคุก 10 ปี ปรับหนึ่งล้านบาทเชียวนะครับ



ไม่ได้พูดเล่นนะ เพราะตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 33 กำหนดไว้อย่างนั้นจริงๆ อย่าลืมว่าสนามหลวงนี้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติแล้วนะครับ หากขืนไปทำอะไรที่เป็นการทำให้คุณค่าของสถานที่ลดลง ก็จะโดนโทษหนักเอาได้ง่ายๆ

แต่ก็เพิ่งรู้สึกไม่ดีไปเลยครับ จริงๆแล้วทาง กทม.ก็ไม่ได้หวงพื้นที่หรือลิดรอนสิทธิของประชาชนในการใช้ท้องสนามหลวงหรอกครับ พวกหลักเกณฑ์การใช้สำหรับประชาชนทั่วไปนั้นก็เป็นไปตามพ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เท่านั้นเอง (คำชี้แจงจากคุณ สุวพร เจิมรังษี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพระนคร )


และถึงแม้สนามหลวงจะมีรั้วเปิดปิดเป็นเวลา แต่ก็ไม่ต้องกลัวว่ารั้วปิดแล้วจะต้องเดินอ้อมโลก(เคยมั้ยอ่ะครับ...เดินวนรอบสนามหลวงทีนึงเล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน!) เพราะเขาก็ยังเปิดทางเดินผ่ากลางสนาม จากฝั่ง ม.ธรรมศาสตร์ มายังฝั่งศาลอาญาให้ใช้สัญจรกันได้ตลอดเวลา สบายใจได้ครับ


ทางด้านของการดูแลความสะดวกและความเรียบร้อยด้านอื่นๆ ก็จะมีกล้องวงจรปิด มีไปสปอร์ตไลท์ทางฝั่งทิศเหนือ มี รปภ.นับร้อยดูแลทั้งกลางวันกลางคืน มีลำโพงรอบพื้นที่สำหรับแจ้งเตือนเมื่อใกล้เวลาปิดประตูรั้ว นี่ถ้าติดแอร์ด้วยคงทำให้รู้สึกเหมือนเดินห้างเลยนะครับ



และก็อย่าลืมว่า ในเมื่อมีการสร้าง พัฒนา ปรับปรุง ให้เกิดมีสิ่งดีๆเหล่านี้แล้ว พวกเราทุกคนก็ต้องช่วยกันรักษาไว้ด้วย เพราะการสร้างว่ายากเท่าไหร่ก็ยังง่ายกว่าการดูแลรักษาให้คงสภาพเดิม แต่ผมเชื่อว่า ถ้าทุกคนร่วมใจและให้ความร่วมมือ ภาพอันงดงามของสนามหลวงนี้ก็จะคงอยู่ให้เห็นไปอีกนานเลยแหล่ะครับ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น